อ้อยแดง

อ้อยแดง

 

อ้อยแดง ชื่อวิทยาศาสตร์ : Saccharum officinarum L.

ชื่อสามัญ : Sugar cane

วงศ์ : Poaceae (Gramineae)

ชื่ออื่น : อ้อย อ้อยขม อ้อยดำ (ภาคกลาง) กะที (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น ต้น น้ำอ้อย ผิวของต้นอ้อย มี wax

สรรพคุณ 

ทั้งต้น – แก้ปัสสาวะพิการ แก้ขัดเบา แก้ช้ำรั่ว แก้โรคนิ่ว แก้ไอ

ต้น – แก้อาการขัดเบา แก้ปัสสาวะพิการ แก้ไข้ตัวร้อน แก้พิษตานซาง บำรุงธาตุน้ำ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้เสมหะเหนียว
ทำให้ชุ่มชื่นในลำคอ ในอก บำรุงกำลัง บำรุงหัวใจ ขับน้ำเหลือง แก้ช้ำใน รักษาโรคไซนัส

น้ำอ้อย – รักษาโรคนิ่ว บำรุงหัวใจ ทำให้ชุ่มชื่นในลำคอ แก้เสมหะ แก้หืด ไอ ขับปัสสาวะ บำรุงกำลัง เจริญอาหาร เจริญธาตุ
ผิวของต้นอ้อย มี wax เอามาทำยา และเครื่องสำอาง

วิธีและปริมาณที่ใช้ 
ขับปัสสาวะ แก้อาการขัดเบา
ใช้ลำตันทั้งสดและแห้งขออ้อยแดง วันละ 1 กำมือ (สด 70-90 กรัม แห้ง หนัก 30-40 กรัม) หั่นเป็นชิ้นๆ ต้มกับน้ำดื่ม
ครั้งละ 1 ถ้วยชา (75 มิลลิลิตร) วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า-เย็น

สมุนไพรทองพันชั่ง

สมุนไพรทองพันชั่ง

 

สมุนไพรทองพันชั่ง เป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าไม่ต่างไปจากชื่อ หลายพื้นที่บางทีอาจเรียกว่า “ทองคันชั่ง”
หรือ “หญ้ามันไก่” เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก มีดอกสีขาว ส่วนที่ใช้สำหรับทำยาเป็น ใบรวมทั้งราก ที่หากนำปริมาณ 1 กำมือ
มาต้มกินในตอนเช้าเย็น จะช่วยดับพิษไข้ รักษาโรคผิวหนัง ริดสีดวงทวารหนัก แก้ไอเป็นเลือด ฆ่าพยาธิ ยิ่งกว่านั้น
ยังสามารถนำใบและรากมาตำละเอียด เพื่อรักษาโรคกลาก เกลื้อน ได้ด้วย

นอกจากสรรพคุณข้างต้นแล้ว มีการทำการวิจัยเพิ่มเติมอีกพบว่า “ทองพันชั่ง” มีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก
มะเร็งเต้านม รวมทั้งมะเร็งมดลูกได้ และช่วยขับปัสสาวะ ลดระดับความดันเลือดสูง แก้ผมร่วง รักษาโรคนิ่ว ฯลฯ
แต่ข้อควรระวังคือ ผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง โรคหัวใจ โรคหืด โรคความดันโลหิตต่ำ โรคมะเร็งในเม็ดเลือด ไม่ควรกิน

โสม กับ สรรพคุณอีกมากมาย ที่ควรรู้ไว้ !!

สรรพคุณโสม

สรรพคุณโสม เป็นสิ่งที่ลือชื่อเป็นอย่างมากในวงการแพทย์ รวมทั้งได้รับการยินยอมรับกันมาอย่างนานว่าเป็นที่สุดของสมุนไพร
ที่ช่วยทุเลาอาการต่างๆรวมทั้งรักษาโรคร้ายแรงหลายๆโรคอย่างเห็นผล ซึ่งโสมนั้นเป็นพืชสมุนไพร
ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองจีน และก็ประเทศเกาหลี มีเยอะแยะมากมายสายพันธุ์ รวมทั้งให้คุณคุณประโยชน์ต่างกันออกไป

โดยส่วนมากแล้วจะสามารถแบ่งออกเป็น 3 ชนิดด้วยกันคือ

1. โสมสด – โสมที่ถูกเก็บเกี่ยวเมื่ออายุยังไม่ถึง 4 ปี

2. โสมขาว – โสมที่มีอายุ 4-6 ปี

3. โสมแดง – โสมที่มีอายุ 6 ปีขึ้นไป

ยิ่งเก็บรักษาโสมไว้ได้นานเท่าใด ยิ่งทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสำหรับการรักษามากเท่านั้น ราวกับเป็นการบ่มเพาะความสามารถสำหรับในการ
รักษาของโสมให้แจ้งชัดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กว่าจะได้โสมที่ดีมาแต่ละต้นจำต้องใช้เวลานาน และก็ลงทุนสูง ซึ่งผลตอบแทนที่ได้
รับกลับมานับว่าคุ้ม เพราะว่าคุณประโยชน์โสมเกาหลี สามารถใช้ประโยชน์ต่อร่างกายมาได้อย่างนานนับ 2,000 ปี
และก็ถูกประยุกต์ใช้อย่างล้นหลามในวงการแพทย์ เนื่องจากคุณสมบัติในการรักษาโรคร้ายแรงต่างๆ

สรรพคุณ ของโสม มีดังนี้

1. ลดการปวดประจำเดือน
2. ลดผมร่วง ผมบาง หัวล้าน
3.บำรุงผิว ลดริ้วรอย
4.หมดปัญหารอบดวงตา
5.บรรเทาและยับยั้งมะเร็งร้าย
6.รักษาและป้องกันเบาหวาน
7. ช่วยลดน้ำหนัก
8. เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
9. ลดความดันโลหิตสูงและต่ำ
10. คลายความเครียด แก้ปัญหานอนไม่หลับ

สมุนไพรมะรุม

” มะรุม ” สมุนไพร ลดน้ำตาล-คอเลสเตอรอล

 

” สมุนไพรมะรุม “ จัดเป็นผักพื้นเมืองของไทย มีคุณประโยชน์สารพัดประโยชน์
ทั้งยังทางด้านอาหาร ยารวมทั้งอุตสาหกรรม

เป็นไม้ยืนต้นที่โตเร็ว ทนแล้ง ปลูกได้ไม่ยากในเขตร้อน บางทีก็อาจจะเติบโตมีความสูงถึง 4 เมตร
รวมทั้งมีดอกข้างในปีแรกที่ปลูก

ใบเป็นใบประกอบแบบขน ประเภทที่แตกใบย่อย 3 ชั้น ยาว 20 – 40 เซนติเมตร ออกเรียงแบบสลับ
ใบย่อยยาว 1 – 3 เซนติเมตร

รูปไข่ ปลายใบแล้วก็ฐานใบมน ผิวใบข้างล่างสีอ่อนกว่าแล้วก็มีขนบางส่วนในเวลาที่ใบยังอ่อน
ใบมีรสหวานมัน มีดอกในช่วงฤดูหนาว

บางชนิดมีดอกบ่อยมากในรอบปี ดอกเป็นดอกช่อ สีขาว กลีบเรียง มี 5 กลีบ กลีบมี 5 กลีบ
แยกกัน ดอกมีรสขม หวาน มันน้อย

ผลเป็นฝักยาว เปลือกสีเขียวมีส่วนคอดแล้วก็ส่วนมน เป็นช่วงๆตามแนวยาวของฝัก
ฝักยาว 20 – 50 เซนติเมตร ฝักมีรสหวาน

เม็ดเป็นสามเหลี่ยม มีปีกบางห่อ 3 ปีก
เส้นผ่านศูนย์กลางของเม็ดราวๆ 1 เซนติเมตร

มะรุมในทางการแพทย์จะช่วยใช้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ที่กำลังป่วยด้วยโรคเบาหวาน
ควบคุมความดันโลหิตสูง ช่วยเพิ่มรวมทั้งเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย

ใบ ใช้ทำลายพิษไข้ แก้เลือดไหลตามไรฟัน แก้อักเสบ แก้แผล ฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรีย
ขับปัสสาวะ คุ้มครองปกป้องโรคมะเร็ง ลดระดับความดันเลือด

ยอดอ่อน ใช้ทำลายพิษไข้

ดอก ใช้แก้ไข้ต้นลม เป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ ขับน้ำตา ฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรีย ปกป้องโรคมะเร็ง

ฝัก แก้ไข้ ป้องกันโรคมะเร็ง ลดความดันโลหิต

เมล็ด เมล็ดปรุงเป็นยาแก้ไข้ แก้บวม แก้ปวดตามข้อ ป้องกันโรคมะเร็ง

ราก รสเผ็ด หวาน ขม คุณประโยชน์ แก้อาการบวม บำรุงไฟธาตุ รักษาโรคหัวใจ รักษาโรคไขข้อ (rheumatism)

เปลือกลำต้น รสร้อน คุณประโยชน์ขับลมในไส้ ทำให้ผายลมหรือเรอ คุมธาตุอ่อนๆแก้ลมอัมพาต
คุ้มครองปกป้องโรคมะเร็ง คุมกำเนิด บดรับประทานช่วยสำหรับในการย่อยอาหาร

ยาง (gum) ทำลายเชื้อไทฟอยด์ ซิฟิลิส (syphilis) แก้ปวดฟัน earache, asthma

สมุนไพร นางแย้ม ช่วย รักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน กลากเกลื้อน

 

สมุนไพรนางแย้ม

สมุนไพรนางแย้ม ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clerodendrum chinense (Osbeck) Mabb.

ชื่อพ้อง : Volkameria fragrans Vent.
ชื่อสามัญ : Glory Bower

วงศ์ : Labiatae

ชื่ออื่น : ปิ้งหอม
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่มลำต้นเตี้ยสูงราว 3-5 ฟุต ใบเป็นใบเดี่ยวจะออกเป็นคู่ๆตรงกันข้ามกัน
ลักษณะใบเป็นรูปใบโพธิ์ ตรงปลายแหลมแต่ไม่มีติ่ง ขอบของใบหยักรอบใบ มีดอกเป็นช่อ
ดอกจะเบียดเสียดติดกันแน่นในช่อ ช่อดอกหนึ่งกว้างราว 4-5 นิ้ว ลักษณะดอกย่อยเหมือนดอกมะลิซ้อนสีขาว
บานเต็มที่ราว 1 นิ้ว ดอกย่อยมีกลีบเลี้ยงสีม่วงแดงเป็นหลอดสั้น ปลายแยก 5-6 แฉก
ดอกย่อยบานไม่พร้อมกันรวมทั้งบานนานยาวนานหลายวัน มีกลิ่นหอมยวนใจมากมายทั้ง
ยังช่วงเวลากลางวันแล้วก็เวลากลางคืน มีดอกทั้งปี

ส่วนที่ใช้ : ต้น ใบ รวมทั้งราก
คุณประโยชน์ : ใบ – แก้โรคผิวหนัง ผื่นคัน

ราก
– ขับประจำเดือน ขับปัสสาวะ
– แก้หลอดลมอักเสบ ไส้อักเสบ
– แก้เหน็บชา บำรุงประสาท และเหน็บชาที่มีลักษณะบวมช้ำ
– แก้ไข้ แก้ฝีภายใน
– แก้ริดสีดวง ดากโผล่
– แก้กระดูกสันหลังอักเสบเรื้อรัง
– แก้ปวดเอว รวมทั้งปวดข้อ แก้ไตพิการ

ตำรับ และ วิธีการใช้

เหน็บชา ปวดขา
ใช้ราก 15-30 กรัม ตุ๋นกับไก่ กินต่อเนื่องกัน 2-3 วัน

ปวดเอวปวดข้อ เหน็บชาที่มีลักษณะอาการบวมช้ำ
ใช้รากแห้ง 30-60 กรัม ต้มน้ำดื่ม

ขับระดูขาว ลดระดับความดันเลือดสูง แห้หลอดลมอักเสบ
ใช้ราก แล้วก็ใบแห้ง 15-30 กรัม ต้มน้ำดื่ม

ริดสีดวงทวาร ดากโผล่
ใช้รากแห้งปริมาณพอเหมาะ ต้มน้ำ แล้วนั่งแช่ลงไปภายในน้ำนั้นสักครู่

โรคผิวหนัง ผื่นคัน เริม
ใช้ใบสด ปริมาณพอสมควร ต้มน้ำล้างรอบๆที่เป็น

เสาวรส สมุนไพร ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด !!

เสาวรส

” เสาวรส “ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Passiflora laurifolia L.

ชื่อสามัญ : Jamaica honey-suckle, Passion fruit, Yellow granadilla

วงศ์ : Passifloraceae ชื่ออื่น : สุคนธรส (ภาคกลาง)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้เถา เถามีลักษณะกลม ใบ เป็นใบเดี่ยว
ขอบของใบเป็นหยักลึก ที่ก้านใบมีต่อมใบ ดกหนา
เป็นเงาสีเขียวแก่ ดอก มีดอกเดี่ยวขนาดใหญ่ ห้อยคว่ำคล้ายกับดวงไฟ กาบดอกห่อหุ้มสีเขียว
กลีบชั้นนอกเป็นรูปกระบอก
ปลายแฉกด้านหลังมีสีเขียวแก่ ภายในมีสีม่วงอ่อนมีจุดแดงๆกลีบชั้นในลักษณะซึ่งคล้ายกับตัวแฉกของกลีบชั้นนอก
สีม่วงอ่อนหรือชมพูอ่อนมีประสีแดงแซม กลีบย่อยกึ่งกลางมีเป็นชั้นๆสองชั้นแต่ละกลีบค่อนข้างจะกลม สีม่วงแก่
พาดด้วยปลายสีขาวสลับแดง มีเกสรอยู่ตรงกลางสีเขียวนวล ดอกมีกลิ่นหอมแรงจัดมาก ผล เป็นรูปไข่หรือไข่ยาว
มีหลายประเภท บางชนิด ผิวผลสีม่วง สีเหลือง สีส้มอมน้ำตาล เปลือกผล เรียบ
เนื้อกินได้ มีเม็ดจำนวนมาก อยู่ตรงกลาง

คุณประโยชน์ : ลดไขมันในเส้นเลือด

วิธีและปริมาณที่ใช้ : ใช้ผลที่แก่จัด ไม่จำกัดปริมาณ ล้างสะอาด ผ่าครึ่ง คั้นเอาแต่น้ำ เพิ่มเกลือรวมทั้งน้ำตาลเล็กน้อย
ให้รสกลมกล่อมละมุนละไมตามชอบ ใช้ดื่มเป็นน้ำผลไม้ ลดไขมันในเส้นเลือด

ใบย่างนางสมุนไพร ที่นิมยม นำมาประกอบอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ

สมุนไพรย่านาง

 

สมุนไพรย่านาง ถือว่าเป็นผักที่มีคุณประโยชน์อีกประเภทหนึ่ง มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ใช้สำหรับในการทำอาหารพื้นบ้านไทยหลายๆตำรับในใบย่านางมีวิตามินเอและซีสูง
นอกนั้นยังมีสารอาหารสำคัญอื่นๆยกตัวอย่างเช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เส้นใยแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัสเหล็ก ไทอะมีน ไรโบฟลาวิน รวมทั้งไนอะซีน สำหรับคุณประโยชน์ในทางยา ย่านางนับว่าเป็นยาเย็น มีความเด่นด้านการดับพิษแล้วก็ลดไข้โดยรากใช้แก้ไข้ทุกจำพวก ยกตัวอย่างเช่น ไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด สุกใส ไข้กาฬ ขับกระทุ้งพิษไข้ ทำลายพิษผิดสำแดง รวมทั้งแก้เบื่อเมาส่วนใบและก็เถา จะใช้แก้ไข้ ลดความร้อน แล้วก็แก้พิษตานซาง รากย่านางเป็นหนึ่งในส่วน
ประกอบของตำรับยาเบญจโลกวิเชียร หรือยา5 รากหรือแก้วห้าดวง ซึ่งเป็นตำรับยาแก้ไข้ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ร่วมกับรากชิงชี่รากท้าวยายหม่อม รากคนทา แล้วก็รากมะเดื่อจังหวัดชุมพร เมื่อศึกษาถึงส่วนประกอบทางเคมี ในรากย่านางโดยมากเป็นอัลคาลอยด์ในกรุ๊ป isoquinoline ในใบมีสารโพลีแซคคาไรด์ สารโพลีฟีนอล แคลเซียมออกซาเลท และอัลคาลอยด์กรุ๊ป
isoquinolineสำหรับในการทำการค้นคว้าฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของย่านาง ยังมีไม่มากนัก จำนวนมากเป็นการทดสอบในหลอดทดลองและสัตว์ทดสอบยังไม่เจอราย งานการวิจัยในคน โดยพบว่าย่านางมีฤทธิ์ลดไข้ ยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคไข้มาลาเรีย Plasmodium falciparum แก้ปวด ลดระดับความดันเลือด ต่อต้านเชื้อจุลชีพต่อต้านการแพ้ ลดการยุบเกร็งของลำไส้ ต้านทานการเจิญของเซลล์ของโรคมะเร็ง ยั้งโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีacetylcholinesterasและก็มีฤทธิ์อย่างอ่อนๆสำหรับการต้านทานอนุมูลอิสร

อัญชัน สมุนไพรไทยที่ใช้บำรุงเส้นผม

สมุนไพรอัญชัน

” สมุนไพรอัญชัน ” ชื่อวิทยาศาสตร์: Clitoria ternatea L.
ชื่อวงศ์: Leguminosae
ชื่อสามัญ: Blue pea, Blue vine, Butterfly pea, Pigeon wings
ชื่อพื้นเมือง: แดงชัน, เอื้องชัน ชนิดพืช: ไม้เลื้อย, ไม้ดอก ขนาด: ขนาดเล็ก
สีดอก: สีขาว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ฤดูดอกบาน: ตลอดปี

ลักษณะนิสัย: ปลูกได้ในดินทั่วๆไป

อัตราการเติบโต: เร็ว

ความชุ่มชื้น: ปานกลาง

แสงสว่าง: แดดเต็มวัน-ครึ่งวัน

ลักษณะทั่วไป: ไม้เลื้อยเนื้ออ่อน อายุสั้น ใช้ยอดเลื้อยพัน ลำต้นมีขนปกคลุม

ใบ:
ใบประกอบแบบขนนก เรียงตรงกันข้าม มีใบย่อย 5-9 ใบ รูปไข่ปนรูปรี กว้าง 2-3 ซม. ยาว 3-5 ซม.

ปลายใบแหลม โคนใบมน ผิวใบข้างล่างมีขนดกปกคลุม

ดอก: สีขาว ฟ้า รวมทั้งม่วง ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นคู่ตามซอกใบ รูปดอกถั่ว มีอีกทั้งดอกชั้นเดี่ยวแล้วก็
ดอกซ้อน กลีบดอกไม้ 5 กลีบดอกชั้นเดียวกลีบขั้นนอกมีขนาดใหญ่กึ่งกลางกลีบสีเหลือง
ส่วนกลีบชั้นในขนาดเล็ก แม้กระนั้นดอกซ้อนกลีบดอกมีขนาดเสมอกัน ซ้อนเวียนเป็นเกลียว
ดอกบานสุดกำลังกว้าง 2-2.5 ซม.

ผล: ผลแห้งแตก เป็นฝักแบน กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 5-8 ซม. เม็ดรูปไต สีดำ มี 5-10 เม็ด
ผลดี: สีของดอกใช้ผสมของกินได้

” ชะอม ” กับประโยชน์ที่ควรรู้ไว้ก่อนนำมาทำอาหาร หรือ ประทาน

 

ผักชะอม

ผักชะอม เป็นพืชประเภทอาเคเซีย นิยมกินในทุกภาคของไทย เป็นพืชยื่นต้น
ใช้ใบแก่และก็อ่อน เป็นสมุนไพร ของไทย

ลำต้นของชะอมมีหนาม ใบมีขนาดเล็กรวมทั้งมีกลิ่นแรง ใบอ่อนของชะอมหรือส่วนยอดของใบสามารถเอามากินได้
มีชื่อเรียกต่างๆนาๆแต่ละภาค ส่วนใหญ่มักปลูกตามรั้วบ้านด้วยเหตุว่ามีหนามแล้วยังเป็นผักที่ทานได้ตลอดทั้งป

ประโยชน์ที่ได้รับมาจาก ชะอม

1.ชะอมมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงรักษาสายตา

2.มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคโรคมะเร็ง

3.ชะอมมีกากใยอาหารสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย

4.ยอดชะอม ช่วยลดความร้อนภายในร่างกายได้
ก็เลยเหมาะสมกับอุณหภูมิร้อนๆในบ้านพวกเรา

5.รากชะอม สามารถเอามาฝนรับประทาน ช่วยแก้อาการท้องอืด
ท้องเฟ้อ รวมทั้งช่วยขับลมในท้องได้

ในส่วนของข้อพึงระวัง-อันตรายของ ชะอม

1.หญิงที่กำลังให้นมลูก ไม่สมควรรับประทานชะอม เพราะเหตุว่าอาจจะก่อให้นมแห้งได้

2.ในหน้าฝน อาจส่งผลให้ชะอมมีรสเปรี้ยว แล้วก็มีกลิ่นแรงกว่าธรรมดา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องได้

3.ชะอมมีกรดยูริกสูง คนป่วยโรคเกาต์ยังสามารถกินได้ แต่ควรจำกัดจำนวนสำหรับในการกินไม่ให้เยอะเกินไป
แต่ว่าถ้ามีอาการของโรคเกาต์ค่อนข้างหนัก และปวดหัวเข่ามากมาย ควรจะเลี่ยง

4.ชะอมเป็นพืชที่เจอการแปดเปื้อนของเชื้อก่อโรคท้องเสีย ท้องร่วงอย่าง ซาลโมเนลลา
ได้ ฉะนั้นจำเป็นต้องล้างผักให้สะอาด
รวมทั้งปรุงโดยต้ม ลวก หรือผ่านความร้อนให้สุกอย่างทั่วถึงก่อนกิน

4 สมุนไพรไทยไล่ยุงที่คุณไม่ควรมองข้าม !!

 

4 สมุนไพรไทย ที่สามารถไล่ยุงได้อยู่หมัด หลายคนคงจะเบื่อกับการต้องหาอะไรมาต่อสู้
กับเหล่ายุงพวกนี้วันนี้เรามาลองดูกันว่ามีอะไรบ้าง

4 สมุนไพรไทย

ตะไคร้หอม

น้ำมันที่สกัดมาจากตะไคร้หอม หรือครีม โลชั่น เครื่องทำความสะอาด
ผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันตะไคร้หอมมากยิ่งกว่า 17%จะช่วยคุ้มครองทั้งยังยุงลาย
ยุงเบื่อหน่ายแล้วก็ยุงก้นปล่องได้ราว 1-4 ชั่วโมง

ตะไคร้
ตะไคร้หอม (citronella grass) และตะไคร้บ้าน (lemongrass) เป็นคนละจำพวกกัน ตะไคร้หอมจะมีกาบใบสีขาวอมแดง หรืออมม่วง
ลำต้นบางมากกว่า และกาบใบบางมากกว่าตะไคร้บ้าน ลำต้นหยาบ รวมทั้งเหนียวกว่าตะไคร้บ้าน และตะไคร้บ้านรสชาติดีกว่าตะไคร้หอม
จึงนิยมนำตะไคร้บ้านมาทำครัวมากยิ่งกว่า แต่ว่าถึงกระนั้นกลิ่นของตะไคร้บ้านก็ช่วยไล่ยุงได้ด้วยเหมือนกัน น้ำมันตะไคร้ 20-25% สามารถ
ป้องกันยุงลายได้ 100% ใน 1 ชั่วโมงแรก และก็หลังจากนั้นจึงค่อยๆต่ำลงเมื่อเวลาผ่านไป
แต่สามารถป้องกันยุงรำคาญได้นานถึง 1-3 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน

มะกรูด
น้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดใช้ป้องกันยุงได้นานถึง 95 นาที หรือ 1.35 ชั่วโมง
และยาทากันยุงที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกรูด 25-50% จะมีฤทธิ์ป้องกันยุงนานถึง 30-60 นาที

สะเดา
นอกจากจะจิ้มน้ำปลาหวานทานอร่อยแล้ว น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากสะเดายังช่วยป้องกันยุงได้อีกด้วย
โดยสบู่อาบน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำมันสะเดา 1% สามารถไล่ยุงได้นานถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่าพืชแต่ละชนิดไม่ได้หายาก รวมทั้งยังราคาประหยัดอีกด้วย เว้นเสียแต่พืชพวกนี้แล้วยังมีข่า ไพล ขึ้นฉ่าย ว่านน้ำ กานพลู
รวมทั้งสมุนไพรไทยฯลฯที่มีคุณลักษณะสำหรับในการช่วยไล่ยุง นอกเหนือจากเอามาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยแล้ว
ยังสามารถเอามาทำเป็นสเปรย์ไล่ยุง
ยาจุดกันยุง ผสมใสครีมหรือโลชั่นทาตัว หรือจะสนับสนุนให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงการค้าต่อไปได้อีกเช่นกัน