กะเพรา

กะเพรา

 

กะเพรา  (ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ocimum sanctum)

และมีชื่อสามัญว่า Holy basil, Sacred basil อยู่ในวงศ์ Labeataceae เป็นไม้ล้มลุก แตกกิ่งก้านสาขา สูง 30-60 ซม.หรือประมาณเข่า

อาหารในบ้านเราที่มีใบกระเพราเป็นองค์ประกอบอาจมีอยู่เพียงหนึ่งประเภทเท่านั้นที่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และเป็นอาหารจานเดียวที่เป็นที่นิยมกันมากคือ ผัดกะเพรา ซึ่งจะมีความหลากหลายแล้วแต่เนื้อสัตว์หรือผักอื่นที่เข้ามาเป็นองค์ประกอบ

กะเพราที่พบปลูกในประเทศไทยมี 3 พันธุ์ คือ กะเพราแดง  กะเพราขาว และ กะเพราลูกผสมระหว่างแดงและขาว ชื่อสามัญอื่นที่ใช้เรียก แตกต่างไปตามแต่ละท้องถิ่นคือ กอมก้อ หรือกอมก้อดง (เชียงใหม่) เป็นต้น

สรรพคุณทางยาพื้นบ้านของกระเพรา คือ ใบใช้บำรุงธาตุไฟ ขับลมแก้ปวดท้องอุจจาระ แก้ลมตานซาง แก้จุกเสียด แก้คลื่นเหียนอาเจียน คนไทยในสมัยก่อนใช้ใบแห้งบดเป็นยานัตถุ์แก้คัดจมูก นอกจากนั้นใบและยอดทั้งสดและแห้งใช้แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ส่วนของรากที่แห้งแล้วใช้ชงหรือต้มกับน้ำร้อนดื่ม แก้โรคธาตุพิการ น้ำสกัดทั้งต้นมีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ สามารถรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ในใบมี

ฤทธิ์ขับน้ำดี ช่วยย่อยไขมันและลดอาการจุกเสียด จากรายงานทางวิทยาศาสตร์กล่าวว่า กระเพรามีฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์ทางโภชนาการหลายอย่างอาทิ ฤทธิ์ในการลดปริมาณไขมันในเลือด โดยให้กระต่ายได้รับใบกะเพราสดผสมในอาหาร เพียง 1-2 กรัม/กก./วัน เป็นเวลาติดต่อกัน 4 สัปดาห์ พบว่า ระดับคอเลสเตอรอลโดยรวม (Total Cholesterol) ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ฟอสโฟไลปิด (Phospholipids) ลดลงอย่างรวดเร็ว โดย

เฉพาะ Low Density Lipoprotein-LDL-Cholesterol ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี ลดลงในปริมาณพอๆกับที่คอเลสเตอรอลที่ดี (High Density-HDL-Cholesterol) เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังแสดงฤทธิ์ในการลดปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือด จากการศึกษาในหนูทดลอง โดยให้ผงใบกะเพราขนาด 200 มิลลิกรัม/กก./วัน ในหนู 3 ประเภท ได้แก่ หนูปกติ หนูที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงจากการชักนำ และหนูที่เป็นเบาหวานโดยการทำลาย

ตับอ่อน พบว่ากะเพราสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูทดลองทั้ง 3 ประเภท นอกจากนี้น้ำมันหอมระเหยในใบกะเพรา (Basil Essential Oil) ยังช่วยให้กลไกควบคุมน้ำตาลในเลือดเป็นปกติอีกด้วย

แหล่งที่มา stri.cmu

ใบบัวบก

” บัวบก ” สมุนไพรที่มีประโยชน์มากกว่าที่คุณรู้

 

ใบบัวบก สมุนไพร มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักหนอก ภาคเหนือ ผักแว่น ภาคใต้ กะโต่ เป็นต้น จัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีต้นกำเนิดในแถบเอเชีย เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก มีกลิ่นฉุน และ มีรสขมหวาน

เมื่อพูดถึง บัวบก สมุนไพรชนิดนี้ขึ้นมาทีไร หลาย ๆ คนคงนึกไปว่ามันแค่ช่วยแก้อาการช้ำในเพียงแต่อย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว บัวบกหรือใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณอีกมากมาย เพราะได้รับการกล่าวขานเกี่ยวการรักษาโรคได้หลายชนิด อย่างโรคลมชัก โรคผิวหนัง ท้องเสีย ท้องอืด แผลในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์กล่อมประสาท ช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ ช่วยลดความอ่อนล้าของสมอง เป็นต้น

ใบบัวบก มีสารประกอบสำคัญหลายชนิด อย่างเช่น บราโมซัยด์ บรามิโนซัยด์ ไตรเตอพีนอยด์ มาดิแคสโซซัยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ และยังมีกรดมาดิแคสซิค วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 วิตามินเอ วิตามินเค ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม และกรดอะมิโน อย่างเช่น แอสพาเรต กรดกลูตามิก เซรีน ทรีโอนีน อะลานีน ไลซีน ฮีสทีดิน เป็นต้น

ใบบัวบกเหมาะสำหรับคนที่ขี้ร้อน มีภาวะแกร่ง หรือมีความร้อนชื้น เพราะเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เป็นยาเย็น

ประโยชน์ของใบบัวบก
บัวบกเป็นพืชที่มีแคลเซียมในระดับปานกลางถึงสูง แต่มีระดับสารออกซาเลตที่เป็นอันตรายต่อร่างกายในปริมาณต่ำ
ใบบัวบกช่วยคืนความอ่อนเยาว์ ย้อนอายุและวัย
ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
ช่วยเสริมสร้างและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน
มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านการเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆในร่างกาย
ประโยชน์ของใบบัวบก ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ฟื้นฟูรอบดวงตา เพราะบัวบกมีวิตามินเอสูง
ช่วยรักษาอาการตาอักเสบบวมแดง ด้วยการใช้ใบบัวบกล้างน้ำสะอาด คั้นเอาแต่น้ำนำมาหยดที่ตา 3-4 ครั้งต่อวัน
ช่วยบำรุงประสาทและสมองเหมือนใบแปะก๊วย
ช่วยทำให้ความจำดีขึ้นและทำให้มีปฏิภาณไหวพริบเพิ่มมากขึ้น
ช่วยเพิ่มความจำในผู้สูงอายุ…