4 สมุนไพรไทยไล่ยุงที่คุณไม่ควรมองข้าม !!

 

4 สมุนไพรไทย ที่สามารถไล่ยุงได้อยู่หมัด หลายคนคงจะเบื่อกับการต้องหาอะไรมาต่อสู้
กับเหล่ายุงพวกนี้วันนี้เรามาลองดูกันว่ามีอะไรบ้าง

4 สมุนไพรไทย

ตะไคร้หอม

น้ำมันที่สกัดมาจากตะไคร้หอม หรือครีม โลชั่น เครื่องทำความสะอาด
ผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันตะไคร้หอมมากยิ่งกว่า 17%จะช่วยคุ้มครองทั้งยังยุงลาย
ยุงเบื่อหน่ายแล้วก็ยุงก้นปล่องได้ราว 1-4 ชั่วโมง

ตะไคร้
ตะไคร้หอม (citronella grass) และตะไคร้บ้าน (lemongrass) เป็นคนละจำพวกกัน ตะไคร้หอมจะมีกาบใบสีขาวอมแดง หรืออมม่วง
ลำต้นบางมากกว่า และกาบใบบางมากกว่าตะไคร้บ้าน ลำต้นหยาบ รวมทั้งเหนียวกว่าตะไคร้บ้าน และตะไคร้บ้านรสชาติดีกว่าตะไคร้หอม
จึงนิยมนำตะไคร้บ้านมาทำครัวมากยิ่งกว่า แต่ว่าถึงกระนั้นกลิ่นของตะไคร้บ้านก็ช่วยไล่ยุงได้ด้วยเหมือนกัน น้ำมันตะไคร้ 20-25% สามารถ
ป้องกันยุงลายได้ 100% ใน 1 ชั่วโมงแรก และก็หลังจากนั้นจึงค่อยๆต่ำลงเมื่อเวลาผ่านไป
แต่สามารถป้องกันยุงรำคาญได้นานถึง 1-3 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน

มะกรูด
น้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดใช้ป้องกันยุงได้นานถึง 95 นาที หรือ 1.35 ชั่วโมง
และยาทากันยุงที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกรูด 25-50% จะมีฤทธิ์ป้องกันยุงนานถึง 30-60 นาที

สะเดา
นอกจากจะจิ้มน้ำปลาหวานทานอร่อยแล้ว น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากสะเดายังช่วยป้องกันยุงได้อีกด้วย
โดยสบู่อาบน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำมันสะเดา 1% สามารถไล่ยุงได้นานถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่าพืชแต่ละชนิดไม่ได้หายาก รวมทั้งยังราคาประหยัดอีกด้วย เว้นเสียแต่พืชพวกนี้แล้วยังมีข่า ไพล ขึ้นฉ่าย ว่านน้ำ กานพลู
รวมทั้งสมุนไพรไทยฯลฯที่มีคุณลักษณะสำหรับในการช่วยไล่ยุง นอกเหนือจากเอามาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยแล้ว
ยังสามารถเอามาทำเป็นสเปรย์ไล่ยุง
ยาจุดกันยุง ผสมใสครีมหรือโลชั่นทาตัว หรือจะสนับสนุนให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงการค้าต่อไปได้อีกเช่นกัน

ต้นหอม กับ คุณประโยชน์ที่คุณไม่เคยรู้ !!

 

” ประโยชน์ของต้นหอม พูดได้ว่าเป็น ผัพื้นบ้านที่อยู่คู่กับคนไทย มาแสนนาน โดยสวนใหญ่มักจะนำต้นหอมมาเป็นเครื่องเคียง
รวมทั้งโรยหน้าของกิน อาทิเช่น โจ๊ก แกงจืด หรือจะเป็นอาหารจานเดียว ได้แก่ พวกข้าวหมูแดงหมูกรอบ
ต้นหอมช่วยทำให้ของกินจานนั้นมีกลิ่นหอมสดชื่นและดูดี แต่ต้นหอมมีคุณประโยชน์มากยิ่งกว่าเพียง
แค่
เรื่องความหอมนะ
 ด้วยเหตุว่ามันมีประโยชน์ต่อร่างกายพวกเราไม่น้อยเลยล่ะ จะมีประโยชน์อะไรบ้างตามมาดูกันเลย

ประโยชน์ของต้นหอม


10 
ประโยชน์ดีจากต้นหอม

1. 
วิตามินเอจากต้นหอม ช่วยทำนุบำรุงสายตารวมถึงสมองของเราอีกด้วย

2. ต้นหอมมีสารชนิดหนึ่งชื่อว่า สารฟลาโวนอยด์และสารเคอร์ซิติน” สามารถช่วยยั้งการเกิดเซลล์ของมะเร็ง
 ช่วยป้องกันการอักเสบและป้องกันโรคภูมิแพ้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

3. น้ำมันหอมระเหยจากต้นหอม ช่วยแก้หวัด คัดจมูก ลดไข้

4. ป้องกันอาการท้องผูก หากทานต้นหอมเป็นประจำเนื่องจากต้นหอมมีใยอาหารมากมาย

5. นำต้นหอมมาตำ แล้วพอกบริเวณที่โดนแมลงสัตว์กัดต่อย จะสามารถช่วยบรรเทาอาการอักเสบได้

6. มีแคลเซียมรวมทั้งธาตุฟอสฟอรัส สามารถช่วยปกป้องโรคกระดูกพรุนได้

7. มีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระแล้วก็กระตุ้นภูมิต้านทานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8. ป้องกันโรคโลหิตจาง คนไหนที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลือด ควรจะทานเป็นอย่างมาก

9. ช่วยเพิ่มน้ำนมให้กับแม่หลังคลอด แม่คนใดที่มีปริมาณน้ำนมน้อย ลองทานต้นหอมดูช่วยได้มากเลยนะ

10. ป้องกันอาการเลือดกำเดาไหล

เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะกับประโยชน์ของต้นหอม เรียกได้ว่าให้คุณประโยชน์ในหลายด้านอย่างยิ่งจริงๆ ไม่ว่าจะช่วยบำรุงรักษา
ป้องกันหรือจะเสริมสร้าง ยกให้เป็นผักอีกประเภทหนึ่งเลยที่ทุกเพศทุกวัยควรจะหันมาทาน
คุณประโยชน์ขนาดนี้บอกตรงๆไม่ควรพลาดเชียวล่ะ

” ต้นอังกาบหนู ” สมุนไพรพื้นบ้าน ที่ควรรู้ไว้ !!

 

สมุนไพรอังกาบหนู เป็นหนึ่งในสมุนไพรท้องถิ่นที่อาจจะมีคนรู้จักไม่มากเท่าไรนัก
 มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น เขี้ยวแก้ เขี้ยวเนื้อ อังกาบ มันไก่ ฯลฯ

สมุนไพรอังกาบหนู 

ต้นอังกาบหนู มีลักษณะเป็นไม้พุ่มเตี้ย สูง 1-1.5 เมตร มีหนามยาว 1-2 ซม.อยู่รอบข้อ
 มีดอกคล้ายดอกชบาสีเหลืองกระจุกเป็นช่อตามปลายกิ่ง เจริญวัยเป็นวัชพืชตามเขาหินปูนที่แห้งตามภาคใต้

 และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไทย ยิ่งไปกว่านี้ยังพบได้ในหลายประเทศอย่างในแอฟริกา
ประเทศปากีสถาน ประเทศอินเดีย เมียนมาร์ มาเลเซีย รวมทั้งภูมิภาคอินโดจีน

หลายๆคนบางทีอาจสงสัยว่า ต้นอังกาบหนู เป็นอย่างไร สามารถรักษาโรคโรคมะเร็งได้หรือไม่
เพราะว่ามีกระเเสทั้งในออนไลน์ โทรทัศน์ทีวี ระบุว่ามีชาวบ้าน รับประทานยาต้มต้นอังกาบหนู
แล้วหายจากโรคมะเร็งได้ กลับมาดำเนินชีวิตได้ปกติ (เป็นประสบการณ์ของชาวบ้านที่ใช้กันเเต่ในเเง่ของสรรพคุณที่เเท้จริง
การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ระบุไว้ว่าอย่างไร จริงหรือไม่ ลองมาดูกันสักนิดครับผม

ต้นอังกาบหนู แท้จริงเเล้วมีการใช้กันอย่างเเพร่หลายอยู่ครับ โดยยิ่งไปกว่านั้นในแพทย์พื้นบ้าน หรือในตำรับยากลางบ้าน
 (คนทั่วไปใช้กันอังกาบหนู ก็มีชื่อเรียกหลายอย่างครับผม อาทิเช่น เขี้ยวแก้ว เขี้ยวเนื้อ มันไก่ อื่นๆอีกมากมาย

เเต่มีชื่อวิทยาศาสตร์ชื่อว่า Barleria prionitis L. เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับ ต้นเหงือกปลาหมอ
 (เหงือกปลาหมอ มีสรรพคุณช่วยแก้ไข้ เเก้คัน น้ำเหลืองเสีย อื่นๆอีกมากมาย)

นอกจากนั้นใน เพจโรงพยาบาลอภัยภูเบศร กล่าวว่า ระบุว่า รากต้นอังกาบ ใช้แก้ไข้ เปลือกใช้ขับเสมหะ ขับเหงื่อ
 ใบต้นอังกาบใช้แก้ปวดฟัน แก้หูอักเสบ แก้ขี้กลากโรคเกลื้อน ป้องกันส้นเท้าแตก และต้นอังกาบใช้รักษาไขข้ออักเสบ
รักษาขี้กลากโรคเกลื้อน ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการบวมน้ำ แก้ไข้

 …

สมุนไพรโทงเทง

“โทงเทง” สมุนไพรไทยที่ช่วย ลดเบาหวาน-ขับพยาธิ


” 
สมุนไพรโทงเทง 
 อีกหนึ่งสมุนไพรพื้นเมืองดีที่คนเฒ่าคนแก่ หรือคนบ้านนอกอาจจะเคยได้เห็นกันมาบ้าง
เพราะเราสามารถพบเห็นกันได้ตามข้างทาง ข้างถนน หรือริมรั้ว แต่ชาวเมืองอาจไม่ค่อยคุ้นชื่อนัก
 วันนี้จึงมาแนะนำให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกัน

โทงเทงถือเป็นไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า ใบกลม ดอกสีเหลือง ผลกลมพองปลายแหลม
เป็นที่ชื่นชอบในหมู่คนจีน เพราะว่ามีคุณประโยชน์เป็นสมุนไพรที่ดีต่อร่างกาย

ตามข้างถนนหนทางในต่างจังหวัด ริมรั้วบ้าน ชายป่า ข้างคลอง ตามตรอกซอกซอยในชนบท ดงหญ้าข้างทาง
สมัยก่อนพบเห็นกันทั่วไป หรือบางที่ที่มีคนจีนอาศัยอยู่ อาจจะเห็นชาวจีนปลูกไว้
 เพราะชาวจีนจะรู้คุณประโยชน์ของโทงเทงดีว่าเป็นสมุนไพรดีมีประโยชน์

ประโยชน์ของโทงเทง

1. แก้ร้อนใน กระหายน้ำ

2. บรรเทาอาการต่อมทอนซิลอักเสบ ฝีในคอ โดยละลายลำต้นในเหล้า หรือน้ำส้มสายชู ชุบด้วยสำลีฅ
แล้วอมไว้ในกระพุ้งแก้ม ค่อยๆกลืนน้ำลงคอทีละน้อย

3. บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ ไอ หอบ โดยดื่มน้ำต้มโทงเทง
 กับเปลือกส้มจีนแห้งเข้าด้วยกัน

4. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน

5. แก้อาการปวดศีรษะ

6. ช่วยขับพยาธิในลำไส้

7. เป็นยาระบายอ่อน

8. เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยบรรเทาอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

9. บรรเทาอาการแผลฟกช้ำ บวม อักเสบ โดยการตำลำต้นมาพอกบริเวณแผล

10. บรรเทาอาการโรคหอบหืด ใช้ทั้งต้นแห้ง 1/2 กิโลกรัม ต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลกรวดลงไปให้หวาน รับประทานครั้งละ 1/4 ถ้วยแก้ว
วันละ ครั้ง หลังอาหารเป็นเวลา 10 วัน หยุดยา วัน รับประทานต่อไปอีก 10 วัน พักอีก วัน แล้วรับประทานต่อไปอีก 10 วัน

 …

สมุนไพรต้นตีนเป็ด

Untitled


สมุนไพรต้นตีนเป็ด” หากพูดถึงฤดูหนาวมาทีไร แถวบ้านใครที่ปลูกต้นตีนเป็ด หรือต้นพญาสัตบรรณ
เอาไว้คงจะได้กลิ่นจากดอกของต้นนี้อย่างเห็นได้ชัด บ้างก็ว่าหอมชื่นใจ บ้างก็ว่าเหม็นจนมึนหัว
แต่ไม่ว่าอย่างไรต้นตีนเป็ดก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของ ลมหนาว” ไปโดยปริยาย

นอกจากต้นตีนเป็ดจะฯลฯไม้ต้นที่ให้ร่มเงากับเราได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีสรรพคุณดีที่ช่วยรักษาอาการ
ต่างๆในฐานะของการเป็นสมุนไพรไทยได้อีกด้วย

ต้นตีนเป็ด หรือพญาสัตบรรณ กับประโยชน์ดีต่อสุขภาพ
เปลือกของลำต้นมีรสขม สามารถนำมาทำเป็นยาที่ช่วยในการเจริญอาหาร ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
 ช่วยบรรเทาอาการของโรคโรคเบาหวาน และแก้หวัด แก้ไอ บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ

เปลือกของลำต้น ช่วยรักษาโรคบิด ท้องร่วง ท้องเสียเรื้อรัง โรคลำไส้และลำไส้ติดเชื้อ
เปลือกของลำต้น ต้มน้ำอาบ ลดอาการผื่นผื่นคัน

ยางจากลำต้น ใช้หยอดหูแก้อาการปวดหู และใช้อุดฟันเพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน
ใบอ่อน นำมาต้มเพื่อดื่มรักษาโรคลักปิดลักเปิด

ใบ รวมทั้งยาง ชาวอินเดียใช้รักษาแผล แผลเปื่อย แผลตุ่มหนอง และอาการปวดข้อ
ข้อควรระวังของต้นตีนเป็ด หรือพญาสัตบรรณ
จำให้ดีว่า ต้นตีนเป็ด (Alstonia scholarisกับต้นตีนเป็ดน้ำ หรือต้นตีนเป็ดทะเล (Cerbera odollam) ไม่เหมือนกัน
 ต้นตีนเป็ดน้ำจะมีลำต้นเล็กกว่า และพบอยู่ริมน้ำ ขอบคลอง หรือป่าชายเลน มีดอกสีขาวพร้อมกลิ่นอ่อนผล
เป็นลูปกลมหากลูกหลุดจากต้นแล้วแห้ง สามารถเอามารดน้ำปลูกฯลฯใหม่ได้

ดอกคำฝอย สมุนไพร พร้อม ประโยชน์เเละโทษ

สมุนไพรดอกคำฝอย

สมุนไพรดอกคำฝอย เป็นดอกไม้จากพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่มักปลูกมากกันทางภาคเหนือ
ลำต้นสั้น ทนต่อสภาพอากาศ
ดอกมีลักษณะกลม กลีบดอกเล็กเรียว และมีดอกเล็กย่อยออกมาหลายดอก
สีเหลืองจนไปถึงส้ม หรือส้มแดงเมื่อแก่จัด

แต่ถึงแม้ว่าดอกคำฝอยจะเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแทบจะครอบจักรวาล แต่ก็ยังมีข้อควรระวังก่อนทานเช่นกัน
ดอกคำฝอยมักถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยาสมุนไพร โดยจัดรวมกลุ่มใช้ด้วยกันกับยา หรือพืชตัวอื่นๆ
จะไม่ใช้ดอกคำฝอยเดี่ยวๆ เพราะต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม มิเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อระบบเลือดได้

หากทานดอกคำฝอยมากเกินไป หรือติดต่อกันนานเกินไป อาจส่งผลให้มีอาการโลหิตจางได้ ซึ่งทำให้มีอาการอ่อนเพลีย
เหนื่อยง่าย วิงเวียนศีรษะ หรืออาจทำให้โลหิตประจำเดือนมามากผิดปกติ

นอกจากนี้ใครที่กำลังรับประทานยา หรือรับการรักษาโรคที่เกี่ยวกับลิ่มเลือด หรือกำลังทานยาสลายลิ่มเลือดอยู่
ไม่ควรทานดอกคำฝอย เพราะจะยิ่งเพิ่มการสลายลิ่มเลือดให้ออกฤทธิ์มากเกินไปจนอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้

ประโยชน์ของดอกคำฝอย

-ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตันเส้นเลือด

-บำรุงประสาท และระงับประสาท ช่วยผ่อนคลายสมองให้หลับสบาย

-ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของโลหิตตามร่างกาย

-บำรุงโลหิต สลายลิ่มเลือด

-บำรุงหัวใจ ช่วยให้เลือดไหลไปหล่อเลี้ยงที่หัวใจมากยิ่งขึ้น

-รักษาอาการไข้หลังคลอดของคุณแม่

-แก้หวัดน้ำมูกไหล

-บำรุงโลหิตประจำเดือนของเหล่าคุณผู้หญิง

-ยับยั้งเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย

-ลดระดับน้ำตาลในเลือด…

สมุนไพรอบเชย

อบเชย สมุนไพรที่ไม่ได้เชยเหมือนชื่อ !!

 

สมุนไพรอบเชย มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศศรีลังกา อยู่ในวงศ์ Lauraceae สกุล Cinnamomum
พบเฉพาะในทวีปเอเชียและออสเตรเลีย ถือได้ว่าเป็นยาขนานเอกที่มีสรรพคุณทางยาสูงถูก
ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน เพียงนำเปลือกมาต้มน้ำ

เปลือกของอบเชยสามารถแก้อาการปวดศรีษะ แก้ไอ แก้อ่อนเพลียได้ เห็นไม่คะว่าอบเชยนั้น
ไม่ได้เชยเหมือนชื่อเลยเรามาทำความรู้จักประโยชน์ของอบเชยให้มากขึ้นกันดีกว่า อบเชย
กับประโยชน์ด้านสุขภาพที่ไม่เชยเหมือนชื่อแก้อาการวิงเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย

หากคุณรู้สึกวิงเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย เพียงนำเปลือกอบเชยมาต้มดื่มจะช่วยบรรเทาอาการวิงวิงศรีษะ
แก้ท้องเสีย แก้ไอ ช่วยบำรุงสุขภาพ เมื่อดื่มบ่อยๆ จะช่วยย่อยสลายไขมันและ
ควบคุมระดับไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี

ป้องกันความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์และโรคพาร์กินสัน
เพียงทานอบเชยเป็นประจำ ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีปะสิทธิภาพ
โดยทำหน้าที่กระตุ้นโปรตีนที่ช่วยป้องกันเซลล์สมองไม่ให้เสื่อม
สภาพไว ช่วยกระตุ้นประสาทและลดความเครียดลงได้เป็นอย่างดี

ลดระดับน้ำตาลในเลือด อบเชยมีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
เหมาะมากสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน หากคุณได้กินอาหารที่มีรสหวาน
หรือน้ำตาลสูงเข้าไป อบเชยจะช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดลง
และยังมีคุณสมบัติพิเศษป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อนอีกด้วย

กำจัดเชื้อแบคทีเรียภายในช่องปาก
จากผลการวิจัยพบว่าอบเชยนั้นมีคุณสมบัติช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นปาก
นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำลายได้อีกด้วย เพียงต้มน้ำประมาณ 1 แก้ว
และใส่ผงอบเชยประมาณ 1 ช้อนโต๊ะจากนั้นนำมากรองเอาเฉพาะน้ำ รอจนหายร้อนจึงนำมาบ้วนปา
ช่วยทำให้ลมปากสดชื่น…

“กระชายดำ”

 

สมุนไพรกระชายดำ เป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายของพวกเราอย่างมากมาย
ซึ่งคุณหนุ่มจะรู้กันอย่างดีเยี่ยมว่าสมุนไพรประเภทนี้ช่วยในเรื่องเกี่ยวกับการเพิ่มความสามารถ

สมุนไพรกระชายดำ 

และเพิ่มฮอร์โมนเพศได้ โดยกระชายดำเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับขิง มีลักษณะที่เป็นเหง้าคล้ายกัน
ถูกเรียกกันจนคุ้นเคยว่าเป็น โสมไทย” หรือ โสมกระชายดำ” แต่มีราคาที่ถูกมากกว่า

คนทางภาคเหนือจะเรียกว่า กะแอน , ระแอน ว่ากั้นบัง ว่านกำบัง ว่านกำบังภัย ว่านจังงัง ว่านพญานกยูง
 ส่วนคนในภาคอีสาน อย่าง จังหวัดมหาสารคามจะนิยมเรียกว่า ขิงทราย

สรรพคุณทางยาของ กระชายดำ
เราใช้ เหง้ากระชายดำ” นำมาทำเป็นยารักษาอาการต่างๆไม่ว่าจะใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ขับลม แก้บิด ,
แก้อาการท้องอืดท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียท้อง ใช้รักษาอาการโรคกระเพาะที่เกิดขึ้นมาจากการทานอาหารไม่ทันเวลา

โดยข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ได้เจาะจงเอาไว้ว่า กระชายดำ มีฤทธิ์ต้านจุลชีพ
 ซึ่งก็คือสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมากจำพวกแบคทีเรีย
หรือแม้กระทั้งเชื้อไวรัส ช่วยยับยั้งการอักแทงเปรียบเทียบได้กับยาหลายชนิด เช่น แอสไพริน อินโดเมธาซิน และเพรดนิซิโลน

สมุนไพรขมิ้นชัน

ขมิ้นชัน สมุรไพรมากด้วยประโยชน์

 

สมุนไพรขมิ้นชัน ได้รับการยกย่องว่าเป็น Super food เป็นสมุนไพรในกลุ่มเครื่องเทศที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของมนุษย์ เป็นสมุนไพรที่เปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์หลายด้าน
หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง หลายเมนูอาหารไทย ก็มีขมิ้นชันเป็นส่วนประกอบ เช่น ข้าวหมกไก่ ข้าวขมิ้น ไก่บ้านต้มขมิ้น ขนมเบื้องญวน ฯ

ขมิ้นชัน จัดอยู่ในกลุ่มไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี อยู่ในวงศ์เดียวกับขิง มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสูงของต้นประมาณ 30 ถึง 90 เซนติเมตร
มีเหง้าอยู่ใต้ดิน โดยส่วนที่นำมาใช้รับประทานจะเป็นส่วนของเหง้า มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์

ชื่ออื่น ๆ ของขมิ้นชันนอกจากจะมีชื่อเรียกว่าขมิ้นชันแล้ว ยังมีชื่ออื่น ๆ อีก เช่น ขมิ้นแกง ขมิ้นหัว ขมิ้นหยวก คนใต้ก็จะเรียกว่า
ขี้หมิ้น ชาวกะเหรี่ยงจะเรียกว่า สะยอ หรือ ตายอ

สารสำคัญในขมิ้นชัน ขมิ้นชันจะมีสารสำคัญที่มีสรรพคุณทางยาอยู่ 2 กลุ่ม ซึ่งได้แก่ กลุ่มน้ำมันหอมระเหยโมโนเทอร์ปีน (Monoterpene)
และในกลุ่มของสารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoid) ซึ่งมีสารออกฤทธิ์หลัก ก็คือ สารเคอร์คูมิน (Curcumin)

คุณประโยชน์ของขมิ้นชัน

1. บรรเทาอาการกรดไหลย้อน และโรคระบบทางเดินอาหาร
มีงานวิจัยศึกษาเกี่ยวกับขมิ้นชันอยู่มากมาย ที่ให้ผลไปในทิศทางเดียวกัน ว่าสารเคอร์คิวมิน ที่อยู่ในขมิ้นชันนั้น มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการโรคทางเดินอาหาร บรรเทาอาการกรดไหลย้อน ช่วยรักษาอาการท้องอืดเฟ้อ ลดแผลในกระเพาะ

เนื่องจากสารเคอร์คิวมินมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ และยังช่วยกระตุ้นการหลั่งเมือก ให้มาเคลือบที่กระเพาะอาหาร รวมถึงยังช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และปกป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ทั้งนี้ได้มีการศึกษาเปรียบเทียบขมิ้นชันกับยาลดกรด พบว่าได้ผลดีเช่นเดียวกัน

ในปัจจุบันได้มีการสกัดขมิ้นชันเป็นผง มีทั้งแบบเม็ดและแบบแคปซูล เพื่อให้สะดวกต่อการรับประทาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน หากรับประทานขมิ้นชันแบบแคปซูลไปพร้อมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนัก ไม่ทานอาหารก่อนนอน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะช่วยควบคุมการกำเริบของโรคกรดไหลย้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก

2. ขมิ้นชัน เป็นความหวังของผู้ป่วยอัลไซเมอร์
โรคอัลไซเมอร์ เป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ในประเทศไทย มีผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปี ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์มากกว่า 8 ล้านคน และยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วที่สำคัญ ค่ายารักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีราคาสูงมาก ทำให้ผู้ป่วยในประเทศไทยไม่ได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง

3. ช่วยชะลอและป้องกันโรคพาร์กินสัน
มีงานวิจัยของสารเคอร์คูมินในขมิ้นชัน กับผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน พบว่า สารเคอร์คูมินในขมิ้นชัน มีสรรพคุณช่วยชะลอและป้องกันภาวะสมองเสื่อม ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันได้ ยังช่วยป้องกันการตายของเซลล์ประสาทโดปามีน และที่สำคัญสารเคอร์คูมินมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ภายในเซลล์ประสาทโดปามีน ซึ่งมีผลออกฤทธิ์ช่วยชะลอและป้องกันการดำเนินของโรคพาร์กินสัน

และได้มีการทดลองกับหนู ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เป็นโรคพาร์กินสัน พบว่า กลุ่มหนูที่รับสารเคอร์คูมิน ก่อนที่จะมีการเหนี่ยวนำให้เป็นโรคพาร์กินสัน มีพฤติกรรมการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วย

4. ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด
มีงานวิจัยถึงสรรพคุณของขมิ้นชันต่อการลดน้ำหนัก โดยมหาวิทยาลัยแพทย์ในประเทศอิหร่าน จัดให้กลุ่มทดลองตัวอย่างที่เป็นผู้หญิงอ้วนจำนวน 88 คน กินผงขมิ้นชันวันละ 1 ช้อนชา หลัง 3 เดือนผ่านไป พบว่ากลุ่มที่ทานผงขมิ้นชันวันละ 1 ช้อนชามีน้ำหนักลดลงมากกว่า 1 กิโลกรัม

ขมิ้นชันจะเข้าไปช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือด ระดับไตรกลีเซอไรด์ในร่างกาย นอกจากนี้ขมิ้นชันยังมีสารไฟโตสเตอรอล ซึ่งจะเข้าไปทำการยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกายได้อีกด้วย

5. สารสำคัญในขมิ้นชัน ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
แม้ในปัจจุบันยังไม่มีการยืนยัน ว่าสารสกัดจากขมิ้นชันจะสามารถรักษามะเร็งในมนุษย์ได้จริงก็ตาม แต่ได้มีการศึกษาผลของสารสกัดจากขมิ้นชันต่อเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง และผลการศึกษาก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สารเคอร์คูมินอยด์ในขมิ้นชัน มีสรรพคุณช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง รวมถึงช่วยลดขนาดของเนื้องอก ได้จริง

6. ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
ขมิ้นชัน เป็นสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด และต้านการอักเสบได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ดังนั้นแล้วการออกฤทธิ์ของขมิ้นชันจึงสามารถช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไป โดยคนที่เป็นเบาหวาน จะมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าคนทั่วไปถึง 2-4 เท่า ได้มีการทดลองให้ผู้ป่วยเบาหวาน ที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ รับประทานขมิ้นชันครั้งละ 3 แคปซูลวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 6 เดือนต่อเนื่อง ผลการทดลองพบว่า แคปซูลสารสกัดจากขมิ้นชัน ช่วยลดภาวะการแข็งตัวของหลอดเลือด ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ อีกทั้งยังช่วยลดระดับไขมันรวมในร่างกายได้ด้วย

7. ผงขมิ้นชันช่วยรักษาโรคน้ำกัดเท้า
ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยอีกอย่างหนึ่ง ที่นำสมุนไพรใกล้ตัวอย่างขมิ้นชัน มาช่วยรักษาอาการโรคน้ำกัดเท้าได้เป็นอย่างดี โดยสามารถทำเองได้ง่ายๆที่บ้าน คือนำเหง้าของขมิ้นชัน มาทุบให้มีน้ำ แล้วนำน้ำมาทาบริเวณที่มีอาการน้ำกัดเท้า หรือถ้าใครไม่มีต้นขมิ้นชัน สามารถใช้ขมิ้นชันแบบผง+น้ำสะอาดเล็กน้อย แล้วทาบริเวณที่มีอาการน้ำกัดเท้าได้เช่นเดียวกัน

ไม่เพียงแต่โรคเชื้อราในมนุษย์ คนที่เลี้ยงสุนัขคงทราบกันดีว่า เวลาสุนัขเป็นขี้เรื้อน วิธีการที่ง่ายที่สุด ให้นำผงขมิ้นชันมาผสมกับน้ำมันมะพร้าว บางสูตรอาจจะมีกำมะถันเพิ่มเข้าไป แต่หลัก ๆ คือแค่เพียงผงขมิ้นชันและน้ำมันมะพร้าว ผสมรวมกัน แล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นโรคเชื้อรา หรือเรื้อน ใช้ได้ทั้งสุนัขและแมว ต้องบอกว่าผลการรักษาจะดีกว่ายาทาเชื้อราของต่างประเทศเสียด้วยซ้ำ ที่สำคัญปลอดภัยต่อสุนัขและแมวอีกด้วย

8. บำรุงตับ
ขมิ้นชัน มีคุณประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงช่วยต้านเชื้อรา ไวรัส และลดการอักเสบ และ Curcumin ในขมิ้นชัน ยังมีสรรพคุณในการช่วยขับพิษสะสมในตับ มีส่วนในการช่วยฟื้นฟูตับ บำรุงตับ และช่วยล้างพิษออกจากตับได้เป็นอย่างดี

มีการทดลองใช้ขมิ้นชันรักษาโรคตับแข็งในหนู ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า หลังจากผ่านไปเป็นเวลา 4 เดือน โรคตับแข็งในหนูที่ได้รับสารสกัดจากขมิ้นชัน มีอาการคงที่ ไม่ลุกลามมากขึ้น

9. บรรเทาอาการปวดเข่า ปวดข้อ
ปัจจุบันสารสกัดขมิ้นชันในรูปแบบแคปซูล ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จัดให้ขมิ้นชันแคปซูลเป็นยาแผนปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่า เป็นยาสมุนไพรที่สามารถกินทดแทนยาแผนปัจจุบันได้เลย ซึ่งที่ผ่านมา ไม่เคยมีสมุนไพรที่เคยได้รับการขึ้นทะเบียนเช่นนี้มาก่อน

10. ช่วยบำรุงผิว รักษาสิว
ขมิ้นชัน มีสรรพคุณในการช่วยต่อต้านแบคทีเรีย และช่วยฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ดังนั้นจึงสามารถใช้ขมิ้นชันเพื่อรักษาสิว รวมถึงผื่นคันต่างๆที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง อีกทั้งยังช่วยรักษารอยแผลเป็นจากสิวได้เป็นอย่างดี ช่วยลดความมันบนใบหน้า โดยสามารถใช้ขมิ้นผง ผสมกับน้ำอุ่นหรือน้ำมะนาวเล็กน้อย คนให้เข้ากัน จากนั้นทาลงบริเวณที่เกิดสิวหรือผดผื่น ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น…

สมุนไพรสำหรับโรคโลหิตจาง แดนดิไลออน และรากโกโบ

 

แดนดิไลออน และรากโกโบ

 

แดนดิไลออน และรากโกโบ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคโลหิตจางจะได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลหากนำแดนดิไลออน (Dandelion) และรากโกโบ (Burdock root)

มาใช้ร่วมกัน ความสามารถที่ได้จากการผสมผสาน 2 สิ่งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร และเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด

ในการบรรเทาโรคโลหิตจาง โดยเฉพาะกับโรคโลหิตจางที่ขาดแคลนธาตุ B12 โรคโลหิตจางเนื่องจากขาดธาตุเหล็ก

แหล่งที่มา sanook