สมุนไพร กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดง

สมุนไพร กระเจี๊ยบแดง หลายๆคนจะนำใบรวมทั้งยอดของกระเจี๊ยบแดงไปใส่ไว้ด้านในแกง
ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวในอาหารแล้ว ใบกระเจี๊ยบแดงยังแก้โรคพยาธิตัวจี๊ด แก้ไอ
ละลายเสมหะ ส่วนดอกใช้แก้โรคนิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ขัดเบา ละลายไขมันในเส้นเลือด

แต่ว่าส่วนที่มีคุณประโยชน์มากเป็นพิเศษก็คือ ส่วนกลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลืออยู่ที่ผล
สามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดความอ้วน ลดความดันโลหิต นำไปทำเป็นน้ำกระเจี๊ยบดื่ม
ช่วยทำให้ร่างกายแจ่มใส ลดความเหนียวข้นของเลือด ขับปัสสาวะ ป้องกันต่อมลูกหมากโตให้
คุณผู้ชายได้ด้วย และมีการเล่าเรียนทางวิทยาศาสตร์พบว่า หากรับประทานกระเจี๊ยบแดงตลอด 1 เดือน
จะมีผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ระดับไขมันในเลือด อีกทั้งคอเลสเตอรอล
ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันเลว (LDL) น้อยลง รวมทั้งยังเพิ่มไขมันประเภทดีคือ HDL ได้ด้วย

ขมิ้นชัน

สมุนไพร ” ขมิ้นชัน ” รักษาอาการที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร

ขมิ้นชัน เป็นไม้ล้มลุกมีสีเหลืองอมส้ม มีเหง้าอยู่ใต้ดิน มีกลิ่นหอม คนนิยมนำ “เหง้า”
ทั้งสดรวมทั้งแห้งมาใช้รักษาอาการที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร รวมถึงแก้ท้องเสีย ท้องร่วง
จุกเสียดแน่นท้อง และก็สามารถนำขมิ้นชันมาทาภายนอก เพื่อใช้รักษาแผลเรื้อรัง
แผลสด โรคผิวหนัง พุพอง รักษาชันนะตุได้ด้วย

นอกจากนั้น “ขมิ้นชัน” ยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ
“คูเคอร์ไม่น” ที่ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งตับ อีกทั้งยังสร้างภูมิต้านทานให้ผิวหนัง หรือคนไหน
ที่มีแผลอักเสบ “ขมิ้นชัน” ก็มีคุณประโยชน์ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เพราะมีฤทธิ์ไปลดการอักเสบ
ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่กระตุ้นให้เกิดหนอง รวมทั้งหากรับประทานขมิ้นชันทุกๆวัน
ตามเวลาจะช่วยให้ความจำดียิ่งขึ้น ไม่อ่อนเพลียยามตื่นนอน
และก็ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นด้วย

มะลิลา

มะลิลา สมุนไพร บำรุงหัวใจ

มะลิลา สมุนไพร ชื่อวิทยาศาสตร์ : Jasminum Sambac (L.) Aiton

ชื่อสามัญ : Arabian jasmine

ตระกูล : OLEACEAE

ชื่ออื่น : มะลิ, มะลิลา (ทั่วไป), มะลิซ้อน (ภาคกลาง), มะลิขี้ไก่ (จังหวัดเชียงใหม่), มะลิหลวง (แม่ฮ่องสอน), มะลิป้อม (ภาคเหนือ), ข้าวแตก (งู-แม่ฮ่องสอน), เตียมูน (ละว้า-เชียงใหม่)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้พุ่ม บางประเภทเป็นไม้รอเลื้อย สูง 0.3-3 เมตร ใบเรียงตรงข้าม เป็นใบประกอบชนิดที่มีใบย่อย ใบเดี่ยว รูปไข่ กว้าง 3-6 เซนติเมตร ยาว 5-10 เซนติเมตร ดอกดอกเป็นช่อเล็กๆมีทั้งยังดอกลารวมทั้งดอกซ้อน ดอกสีขาว โคนดอกชิดกันเป็นหลอด สีเขียวอมเหลือง ดอกกลางบานก่อน กลีบเลี้ยงแยกเป็นส่วน 7-10 ส่วน มีขนละเอียด ยาว 2 1/2-7 เซนติเมตร โคนกลีบดอกเชื่อมเป็นหลอด ยาว 7-15 มิลลิเมตร ส่วนปลายแยกเป็นส่วนรูปไข่ แกมรี สีขาว อาจมีสีม่วงด้านนอกหรือเมื่อดอกตกยาว 8-15 มิลลิเมตร ดอกอาจซ้อนหรือลา ผลสด (berry) สีดำ แต่ยังไม่พบใน กรุงเทพมหานคร ดอกมีกลิ่น หอม มีดอกทั้งปี แต่ว่าดอกมีน้อยในฤดูหนาว
ส่วนที่ใช้ : ใบ ราก ดอกแก่

คุณประโยชน์ : ใบ, ราก – ทำยาหยอดตา

ดอกแก่ – เข้ายาหอม แก้โรคหืด บำรุงหัวใจ

ราก – ฝนรับประทาน แก้ร้อนใน, เสียดท้อง รักษาหลอดลมอักเสบ ขับประจำเดือน

ใบ – ตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำมะพร้าวใหม่ๆนำไปลนไฟ ทารักษาแผล ฝีพุพอง แก้ไข้ ขับน้ำนม

วิธีการใช้ : ใช้ดอกแห้ง 1.5 – 3 กรัม ต้มน้ำหรือชงน้ำร้อนดื่ม