ใบย่างนางสมุนไพร ที่นิมยม นำมาประกอบอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ

สมุนไพรย่านาง

 

สมุนไพรย่านาง ถือว่าเป็นผักที่มีคุณประโยชน์อีกประเภทหนึ่ง มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ใช้สำหรับในการทำอาหารพื้นบ้านไทยหลายๆตำรับในใบย่านางมีวิตามินเอและซีสูง
นอกนั้นยังมีสารอาหารสำคัญอื่นๆยกตัวอย่างเช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เส้นใยแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัสเหล็ก ไทอะมีน ไรโบฟลาวิน รวมทั้งไนอะซีน สำหรับคุณประโยชน์ในทางยา ย่านางนับว่าเป็นยาเย็น มีความเด่นด้านการดับพิษแล้วก็ลดไข้โดยรากใช้แก้ไข้ทุกจำพวก ยกตัวอย่างเช่น ไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด สุกใส ไข้กาฬ ขับกระทุ้งพิษไข้ ทำลายพิษผิดสำแดง รวมทั้งแก้เบื่อเมาส่วนใบและก็เถา จะใช้แก้ไข้ ลดความร้อน แล้วก็แก้พิษตานซาง รากย่านางเป็นหนึ่งในส่วน
ประกอบของตำรับยาเบญจโลกวิเชียร หรือยา5 รากหรือแก้วห้าดวง ซึ่งเป็นตำรับยาแก้ไข้ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม ร่วมกับรากชิงชี่รากท้าวยายหม่อม รากคนทา แล้วก็รากมะเดื่อจังหวัดชุมพร เมื่อศึกษาถึงส่วนประกอบทางเคมี ในรากย่านางโดยมากเป็นอัลคาลอยด์ในกรุ๊ป isoquinoline ในใบมีสารโพลีแซคคาไรด์ สารโพลีฟีนอล แคลเซียมออกซาเลท และอัลคาลอยด์กรุ๊ป
isoquinolineสำหรับในการทำการค้นคว้าฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของย่านาง ยังมีไม่มากนัก จำนวนมากเป็นการทดสอบในหลอดทดลองและสัตว์ทดสอบยังไม่เจอราย งานการวิจัยในคน โดยพบว่าย่านางมีฤทธิ์ลดไข้ ยับยั้งการเติบโตของเชื้อโรคไข้มาลาเรีย Plasmodium falciparum แก้ปวด ลดระดับความดันเลือด ต่อต้านเชื้อจุลชีพต่อต้านการแพ้ ลดการยุบเกร็งของลำไส้ ต้านทานการเจิญของเซลล์ของโรคมะเร็ง ยั้งโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีacetylcholinesterasและก็มีฤทธิ์อย่างอ่อนๆสำหรับการต้านทานอนุมูลอิสร

อัญชัน สมุนไพรไทยที่ใช้บำรุงเส้นผม

สมุนไพรอัญชัน

” สมุนไพรอัญชัน ” ชื่อวิทยาศาสตร์: Clitoria ternatea L.
ชื่อวงศ์: Leguminosae
ชื่อสามัญ: Blue pea, Blue vine, Butterfly pea, Pigeon wings
ชื่อพื้นเมือง: แดงชัน, เอื้องชัน ชนิดพืช: ไม้เลื้อย, ไม้ดอก ขนาด: ขนาดเล็ก
สีดอก: สีขาว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง ฤดูดอกบาน: ตลอดปี

ลักษณะนิสัย: ปลูกได้ในดินทั่วๆไป

อัตราการเติบโต: เร็ว

ความชุ่มชื้น: ปานกลาง

แสงสว่าง: แดดเต็มวัน-ครึ่งวัน

ลักษณะทั่วไป: ไม้เลื้อยเนื้ออ่อน อายุสั้น ใช้ยอดเลื้อยพัน ลำต้นมีขนปกคลุม

ใบ:
ใบประกอบแบบขนนก เรียงตรงกันข้าม มีใบย่อย 5-9 ใบ รูปไข่ปนรูปรี กว้าง 2-3 ซม. ยาว 3-5 ซม.

ปลายใบแหลม โคนใบมน ผิวใบข้างล่างมีขนดกปกคลุม

ดอก: สีขาว ฟ้า รวมทั้งม่วง ดอกเดี่ยวหรือออกเป็นคู่ตามซอกใบ รูปดอกถั่ว มีอีกทั้งดอกชั้นเดี่ยวแล้วก็
ดอกซ้อน กลีบดอกไม้ 5 กลีบดอกชั้นเดียวกลีบขั้นนอกมีขนาดใหญ่กึ่งกลางกลีบสีเหลือง
ส่วนกลีบชั้นในขนาดเล็ก แม้กระนั้นดอกซ้อนกลีบดอกมีขนาดเสมอกัน ซ้อนเวียนเป็นเกลียว
ดอกบานสุดกำลังกว้าง 2-2.5 ซม.

ผล: ผลแห้งแตก เป็นฝักแบน กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 5-8 ซม. เม็ดรูปไต สีดำ มี 5-10 เม็ด
ผลดี: สีของดอกใช้ผสมของกินได้

” ชะอม ” กับประโยชน์ที่ควรรู้ไว้ก่อนนำมาทำอาหาร หรือ ประทาน

 

ผักชะอม

ผักชะอม เป็นพืชประเภทอาเคเซีย นิยมกินในทุกภาคของไทย เป็นพืชยื่นต้น
ใช้ใบแก่และก็อ่อน เป็นสมุนไพร ของไทย

ลำต้นของชะอมมีหนาม ใบมีขนาดเล็กรวมทั้งมีกลิ่นแรง ใบอ่อนของชะอมหรือส่วนยอดของใบสามารถเอามากินได้
มีชื่อเรียกต่างๆนาๆแต่ละภาค ส่วนใหญ่มักปลูกตามรั้วบ้านด้วยเหตุว่ามีหนามแล้วยังเป็นผักที่ทานได้ตลอดทั้งป

ประโยชน์ที่ได้รับมาจาก ชะอม

1.ชะอมมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงรักษาสายตา

2.มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคโรคมะเร็ง

3.ชะอมมีกากใยอาหารสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย

4.ยอดชะอม ช่วยลดความร้อนภายในร่างกายได้
ก็เลยเหมาะสมกับอุณหภูมิร้อนๆในบ้านพวกเรา

5.รากชะอม สามารถเอามาฝนรับประทาน ช่วยแก้อาการท้องอืด
ท้องเฟ้อ รวมทั้งช่วยขับลมในท้องได้

ในส่วนของข้อพึงระวัง-อันตรายของ ชะอม

1.หญิงที่กำลังให้นมลูก ไม่สมควรรับประทานชะอม เพราะเหตุว่าอาจจะก่อให้นมแห้งได้

2.ในหน้าฝน อาจส่งผลให้ชะอมมีรสเปรี้ยว แล้วก็มีกลิ่นแรงกว่าธรรมดา ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดท้องได้

3.ชะอมมีกรดยูริกสูง คนป่วยโรคเกาต์ยังสามารถกินได้ แต่ควรจำกัดจำนวนสำหรับในการกินไม่ให้เยอะเกินไป
แต่ว่าถ้ามีอาการของโรคเกาต์ค่อนข้างหนัก และปวดหัวเข่ามากมาย ควรจะเลี่ยง

4.ชะอมเป็นพืชที่เจอการแปดเปื้อนของเชื้อก่อโรคท้องเสีย ท้องร่วงอย่าง ซาลโมเนลลา
ได้ ฉะนั้นจำเป็นต้องล้างผักให้สะอาด
รวมทั้งปรุงโดยต้ม ลวก หรือผ่านความร้อนให้สุกอย่างทั่วถึงก่อนกิน

4 สมุนไพรไทยไล่ยุงที่คุณไม่ควรมองข้าม !!

 

4 สมุนไพรไทย ที่สามารถไล่ยุงได้อยู่หมัด หลายคนคงจะเบื่อกับการต้องหาอะไรมาต่อสู้
กับเหล่ายุงพวกนี้วันนี้เรามาลองดูกันว่ามีอะไรบ้าง

4 สมุนไพรไทย

ตะไคร้หอม

น้ำมันที่สกัดมาจากตะไคร้หอม หรือครีม โลชั่น เครื่องทำความสะอาด
ผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันตะไคร้หอมมากยิ่งกว่า 17%จะช่วยคุ้มครองทั้งยังยุงลาย
ยุงเบื่อหน่ายแล้วก็ยุงก้นปล่องได้ราว 1-4 ชั่วโมง

ตะไคร้
ตะไคร้หอม (citronella grass) และตะไคร้บ้าน (lemongrass) เป็นคนละจำพวกกัน ตะไคร้หอมจะมีกาบใบสีขาวอมแดง หรืออมม่วง
ลำต้นบางมากกว่า และกาบใบบางมากกว่าตะไคร้บ้าน ลำต้นหยาบ รวมทั้งเหนียวกว่าตะไคร้บ้าน และตะไคร้บ้านรสชาติดีกว่าตะไคร้หอม
จึงนิยมนำตะไคร้บ้านมาทำครัวมากยิ่งกว่า แต่ว่าถึงกระนั้นกลิ่นของตะไคร้บ้านก็ช่วยไล่ยุงได้ด้วยเหมือนกัน น้ำมันตะไคร้ 20-25% สามารถ
ป้องกันยุงลายได้ 100% ใน 1 ชั่วโมงแรก และก็หลังจากนั้นจึงค่อยๆต่ำลงเมื่อเวลาผ่านไป
แต่สามารถป้องกันยุงรำคาญได้นานถึง 1-3 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน

มะกรูด
น้ำมันหอมระเหยจากมะกรูดใช้ป้องกันยุงได้นานถึง 95 นาที หรือ 1.35 ชั่วโมง
และยาทากันยุงที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกรูด 25-50% จะมีฤทธิ์ป้องกันยุงนานถึง 30-60 นาที

สะเดา
นอกจากจะจิ้มน้ำปลาหวานทานอร่อยแล้ว น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากสะเดายังช่วยป้องกันยุงได้อีกด้วย
โดยสบู่อาบน้ำที่มีส่วนผสมของน้ำมันสะเดา 1% สามารถไล่ยุงได้นานถึง 8 ชั่วโมงเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่าพืชแต่ละชนิดไม่ได้หายาก รวมทั้งยังราคาประหยัดอีกด้วย เว้นเสียแต่พืชพวกนี้แล้วยังมีข่า ไพล ขึ้นฉ่าย ว่านน้ำ กานพลู
รวมทั้งสมุนไพรไทยฯลฯที่มีคุณลักษณะสำหรับในการช่วยไล่ยุง นอกเหนือจากเอามาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยแล้ว
ยังสามารถเอามาทำเป็นสเปรย์ไล่ยุง
ยาจุดกันยุง ผสมใสครีมหรือโลชั่นทาตัว หรือจะสนับสนุนให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงการค้าต่อไปได้อีกเช่นกัน

ต้นหอม กับ คุณประโยชน์ที่คุณไม่เคยรู้ !!

 

” ประโยชน์ของต้นหอม พูดได้ว่าเป็น ผัพื้นบ้านที่อยู่คู่กับคนไทย มาแสนนาน โดยสวนใหญ่มักจะนำต้นหอมมาเป็นเครื่องเคียง
รวมทั้งโรยหน้าของกิน อาทิเช่น โจ๊ก แกงจืด หรือจะเป็นอาหารจานเดียว ได้แก่ พวกข้าวหมูแดงหมูกรอบ
ต้นหอมช่วยทำให้ของกินจานนั้นมีกลิ่นหอมสดชื่นและดูดี แต่ต้นหอมมีคุณประโยชน์มากยิ่งกว่าเพียง
แค่
เรื่องความหอมนะ
 ด้วยเหตุว่ามันมีประโยชน์ต่อร่างกายพวกเราไม่น้อยเลยล่ะ จะมีประโยชน์อะไรบ้างตามมาดูกันเลย

ประโยชน์ของต้นหอม


10 
ประโยชน์ดีจากต้นหอม

1. 
วิตามินเอจากต้นหอม ช่วยทำนุบำรุงสายตารวมถึงสมองของเราอีกด้วย

2. ต้นหอมมีสารชนิดหนึ่งชื่อว่า สารฟลาโวนอยด์และสารเคอร์ซิติน” สามารถช่วยยั้งการเกิดเซลล์ของมะเร็ง
 ช่วยป้องกันการอักเสบและป้องกันโรคภูมิแพ้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

3. น้ำมันหอมระเหยจากต้นหอม ช่วยแก้หวัด คัดจมูก ลดไข้

4. ป้องกันอาการท้องผูก หากทานต้นหอมเป็นประจำเนื่องจากต้นหอมมีใยอาหารมากมาย

5. นำต้นหอมมาตำ แล้วพอกบริเวณที่โดนแมลงสัตว์กัดต่อย จะสามารถช่วยบรรเทาอาการอักเสบได้

6. มีแคลเซียมรวมทั้งธาตุฟอสฟอรัส สามารถช่วยปกป้องโรคกระดูกพรุนได้

7. มีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระแล้วก็กระตุ้นภูมิต้านทานให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8. ป้องกันโรคโลหิตจาง คนไหนที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลือด ควรจะทานเป็นอย่างมาก

9. ช่วยเพิ่มน้ำนมให้กับแม่หลังคลอด แม่คนใดที่มีปริมาณน้ำนมน้อย ลองทานต้นหอมดูช่วยได้มากเลยนะ

10. ป้องกันอาการเลือดกำเดาไหล

เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะกับประโยชน์ของต้นหอม เรียกได้ว่าให้คุณประโยชน์ในหลายด้านอย่างยิ่งจริงๆ ไม่ว่าจะช่วยบำรุงรักษา
ป้องกันหรือจะเสริมสร้าง ยกให้เป็นผักอีกประเภทหนึ่งเลยที่ทุกเพศทุกวัยควรจะหันมาทาน
คุณประโยชน์ขนาดนี้บอกตรงๆไม่ควรพลาดเชียวล่ะ

” ต้นอังกาบหนู ” สมุนไพรพื้นบ้าน ที่ควรรู้ไว้ !!

 

สมุนไพรอังกาบหนู เป็นหนึ่งในสมุนไพรท้องถิ่นที่อาจจะมีคนรู้จักไม่มากเท่าไรนัก
 มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อาทิเช่น เขี้ยวแก้ เขี้ยวเนื้อ อังกาบ มันไก่ ฯลฯ

สมุนไพรอังกาบหนู 

ต้นอังกาบหนู มีลักษณะเป็นไม้พุ่มเตี้ย สูง 1-1.5 เมตร มีหนามยาว 1-2 ซม.อยู่รอบข้อ
 มีดอกคล้ายดอกชบาสีเหลืองกระจุกเป็นช่อตามปลายกิ่ง เจริญวัยเป็นวัชพืชตามเขาหินปูนที่แห้งตามภาคใต้

 และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไทย ยิ่งไปกว่านี้ยังพบได้ในหลายประเทศอย่างในแอฟริกา
ประเทศปากีสถาน ประเทศอินเดีย เมียนมาร์ มาเลเซีย รวมทั้งภูมิภาคอินโดจีน

หลายๆคนบางทีอาจสงสัยว่า ต้นอังกาบหนู เป็นอย่างไร สามารถรักษาโรคโรคมะเร็งได้หรือไม่
เพราะว่ามีกระเเสทั้งในออนไลน์ โทรทัศน์ทีวี ระบุว่ามีชาวบ้าน รับประทานยาต้มต้นอังกาบหนู
แล้วหายจากโรคมะเร็งได้ กลับมาดำเนินชีวิตได้ปกติ (เป็นประสบการณ์ของชาวบ้านที่ใช้กันเเต่ในเเง่ของสรรพคุณที่เเท้จริง
การวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ระบุไว้ว่าอย่างไร จริงหรือไม่ ลองมาดูกันสักนิดครับผม

ต้นอังกาบหนู แท้จริงเเล้วมีการใช้กันอย่างเเพร่หลายอยู่ครับ โดยยิ่งไปกว่านั้นในแพทย์พื้นบ้าน หรือในตำรับยากลางบ้าน
 (คนทั่วไปใช้กันอังกาบหนู ก็มีชื่อเรียกหลายอย่างครับผม อาทิเช่น เขี้ยวแก้ว เขี้ยวเนื้อ มันไก่ อื่นๆอีกมากมาย

เเต่มีชื่อวิทยาศาสตร์ชื่อว่า Barleria prionitis L. เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับ ต้นเหงือกปลาหมอ
 (เหงือกปลาหมอ มีสรรพคุณช่วยแก้ไข้ เเก้คัน น้ำเหลืองเสีย อื่นๆอีกมากมาย)

นอกจากนั้นใน เพจโรงพยาบาลอภัยภูเบศร กล่าวว่า ระบุว่า รากต้นอังกาบ ใช้แก้ไข้ เปลือกใช้ขับเสมหะ ขับเหงื่อ
 ใบต้นอังกาบใช้แก้ปวดฟัน แก้หูอักเสบ แก้ขี้กลากโรคเกลื้อน ป้องกันส้นเท้าแตก และต้นอังกาบใช้รักษาไขข้ออักเสบ
รักษาขี้กลากโรคเกลื้อน ช่วยขับปัสสาวะ แก้อาการบวมน้ำ แก้ไข้

 …

สมุนไพรโทงเทง

“โทงเทง” สมุนไพรไทยที่ช่วย ลดเบาหวาน-ขับพยาธิ


” 
สมุนไพรโทงเทง 
 อีกหนึ่งสมุนไพรพื้นเมืองดีที่คนเฒ่าคนแก่ หรือคนบ้านนอกอาจจะเคยได้เห็นกันมาบ้าง
เพราะเราสามารถพบเห็นกันได้ตามข้างทาง ข้างถนน หรือริมรั้ว แต่ชาวเมืองอาจไม่ค่อยคุ้นชื่อนัก
 วันนี้จึงมาแนะนำให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกัน

โทงเทงถือเป็นไม้ล้มลุกจำพวกหญ้า ใบกลม ดอกสีเหลือง ผลกลมพองปลายแหลม
เป็นที่ชื่นชอบในหมู่คนจีน เพราะว่ามีคุณประโยชน์เป็นสมุนไพรที่ดีต่อร่างกาย

ตามข้างถนนหนทางในต่างจังหวัด ริมรั้วบ้าน ชายป่า ข้างคลอง ตามตรอกซอกซอยในชนบท ดงหญ้าข้างทาง
สมัยก่อนพบเห็นกันทั่วไป หรือบางที่ที่มีคนจีนอาศัยอยู่ อาจจะเห็นชาวจีนปลูกไว้
 เพราะชาวจีนจะรู้คุณประโยชน์ของโทงเทงดีว่าเป็นสมุนไพรดีมีประโยชน์

ประโยชน์ของโทงเทง

1. แก้ร้อนใน กระหายน้ำ

2. บรรเทาอาการต่อมทอนซิลอักเสบ ฝีในคอ โดยละลายลำต้นในเหล้า หรือน้ำส้มสายชู ชุบด้วยสำลีฅ
แล้วอมไว้ในกระพุ้งแก้ม ค่อยๆกลืนน้ำลงคอทีละน้อย

3. บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ ไอ หอบ โดยดื่มน้ำต้มโทงเทง
 กับเปลือกส้มจีนแห้งเข้าด้วยกัน

4. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน

5. แก้อาการปวดศีรษะ

6. ช่วยขับพยาธิในลำไส้

7. เป็นยาระบายอ่อน

8. เป็นยาขับปัสสาวะ ช่วยบรรเทาอาการของโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

9. บรรเทาอาการแผลฟกช้ำ บวม อักเสบ โดยการตำลำต้นมาพอกบริเวณแผล

10. บรรเทาอาการโรคหอบหืด ใช้ทั้งต้นแห้ง 1/2 กิโลกรัม ต้มกับน้ำ เติมน้ำตาลกรวดลงไปให้หวาน รับประทานครั้งละ 1/4 ถ้วยแก้ว
วันละ ครั้ง หลังอาหารเป็นเวลา 10 วัน หยุดยา วัน รับประทานต่อไปอีก 10 วัน พักอีก วัน แล้วรับประทานต่อไปอีก 10 วัน

 …

สมุนไพรต้นตีนเป็ด

Untitled


สมุนไพรต้นตีนเป็ด” หากพูดถึงฤดูหนาวมาทีไร แถวบ้านใครที่ปลูกต้นตีนเป็ด หรือต้นพญาสัตบรรณ
เอาไว้คงจะได้กลิ่นจากดอกของต้นนี้อย่างเห็นได้ชัด บ้างก็ว่าหอมชื่นใจ บ้างก็ว่าเหม็นจนมึนหัว
แต่ไม่ว่าอย่างไรต้นตีนเป็ดก็กลายเป็นสัญลักษณ์ของ ลมหนาว” ไปโดยปริยาย

นอกจากต้นตีนเป็ดจะฯลฯไม้ต้นที่ให้ร่มเงากับเราได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีสรรพคุณดีที่ช่วยรักษาอาการ
ต่างๆในฐานะของการเป็นสมุนไพรไทยได้อีกด้วย

ต้นตีนเป็ด หรือพญาสัตบรรณ กับประโยชน์ดีต่อสุขภาพ
เปลือกของลำต้นมีรสขม สามารถนำมาทำเป็นยาที่ช่วยในการเจริญอาหาร ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
 ช่วยบรรเทาอาการของโรคโรคเบาหวาน และแก้หวัด แก้ไอ บรรเทาอาการหลอดลมอักเสบ

เปลือกของลำต้น ช่วยรักษาโรคบิด ท้องร่วง ท้องเสียเรื้อรัง โรคลำไส้และลำไส้ติดเชื้อ
เปลือกของลำต้น ต้มน้ำอาบ ลดอาการผื่นผื่นคัน

ยางจากลำต้น ใช้หยอดหูแก้อาการปวดหู และใช้อุดฟันเพื่อบรรเทาอาการปวดฟัน
ใบอ่อน นำมาต้มเพื่อดื่มรักษาโรคลักปิดลักเปิด

ใบ รวมทั้งยาง ชาวอินเดียใช้รักษาแผล แผลเปื่อย แผลตุ่มหนอง และอาการปวดข้อ
ข้อควรระวังของต้นตีนเป็ด หรือพญาสัตบรรณ
จำให้ดีว่า ต้นตีนเป็ด (Alstonia scholarisกับต้นตีนเป็ดน้ำ หรือต้นตีนเป็ดทะเล (Cerbera odollam) ไม่เหมือนกัน
 ต้นตีนเป็ดน้ำจะมีลำต้นเล็กกว่า และพบอยู่ริมน้ำ ขอบคลอง หรือป่าชายเลน มีดอกสีขาวพร้อมกลิ่นอ่อนผล
เป็นลูปกลมหากลูกหลุดจากต้นแล้วแห้ง สามารถเอามารดน้ำปลูกฯลฯใหม่ได้

ดอกคำฝอย สมุนไพร พร้อม ประโยชน์เเละโทษ

สมุนไพรดอกคำฝอย

สมุนไพรดอกคำฝอย เป็นดอกไม้จากพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่มักปลูกมากกันทางภาคเหนือ
ลำต้นสั้น ทนต่อสภาพอากาศ
ดอกมีลักษณะกลม กลีบดอกเล็กเรียว และมีดอกเล็กย่อยออกมาหลายดอก
สีเหลืองจนไปถึงส้ม หรือส้มแดงเมื่อแก่จัด

แต่ถึงแม้ว่าดอกคำฝอยจะเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแทบจะครอบจักรวาล แต่ก็ยังมีข้อควรระวังก่อนทานเช่นกัน
ดอกคำฝอยมักถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยาสมุนไพร โดยจัดรวมกลุ่มใช้ด้วยกันกับยา หรือพืชตัวอื่นๆ
จะไม่ใช้ดอกคำฝอยเดี่ยวๆ เพราะต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม มิเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อระบบเลือดได้

หากทานดอกคำฝอยมากเกินไป หรือติดต่อกันนานเกินไป อาจส่งผลให้มีอาการโลหิตจางได้ ซึ่งทำให้มีอาการอ่อนเพลีย
เหนื่อยง่าย วิงเวียนศีรษะ หรืออาจทำให้โลหิตประจำเดือนมามากผิดปกติ

นอกจากนี้ใครที่กำลังรับประทานยา หรือรับการรักษาโรคที่เกี่ยวกับลิ่มเลือด หรือกำลังทานยาสลายลิ่มเลือดอยู่
ไม่ควรทานดอกคำฝอย เพราะจะยิ่งเพิ่มการสลายลิ่มเลือดให้ออกฤทธิ์มากเกินไปจนอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้

ประโยชน์ของดอกคำฝอย

-ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตันเส้นเลือด

-บำรุงประสาท และระงับประสาท ช่วยผ่อนคลายสมองให้หลับสบาย

-ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของโลหิตตามร่างกาย

-บำรุงโลหิต สลายลิ่มเลือด

-บำรุงหัวใจ ช่วยให้เลือดไหลไปหล่อเลี้ยงที่หัวใจมากยิ่งขึ้น

-รักษาอาการไข้หลังคลอดของคุณแม่

-แก้หวัดน้ำมูกไหล

-บำรุงโลหิตประจำเดือนของเหล่าคุณผู้หญิง

-ยับยั้งเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย

-ลดระดับน้ำตาลในเลือด…

สมุนไพรอบเชย

อบเชย สมุนไพรที่ไม่ได้เชยเหมือนชื่อ !!

 

สมุนไพรอบเชย มีต้นกำเนิดอยู่ที่ประเทศศรีลังกา อยู่ในวงศ์ Lauraceae สกุล Cinnamomum
พบเฉพาะในทวีปเอเชียและออสเตรเลีย ถือได้ว่าเป็นยาขนานเอกที่มีสรรพคุณทางยาสูงถูก
ใช้มาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน เพียงนำเปลือกมาต้มน้ำ

เปลือกของอบเชยสามารถแก้อาการปวดศรีษะ แก้ไอ แก้อ่อนเพลียได้ เห็นไม่คะว่าอบเชยนั้น
ไม่ได้เชยเหมือนชื่อเลยเรามาทำความรู้จักประโยชน์ของอบเชยให้มากขึ้นกันดีกว่า อบเชย
กับประโยชน์ด้านสุขภาพที่ไม่เชยเหมือนชื่อแก้อาการวิงเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย

หากคุณรู้สึกวิงเวียนศรีษะ อ่อนเพลีย เพียงนำเปลือกอบเชยมาต้มดื่มจะช่วยบรรเทาอาการวิงวิงศรีษะ
แก้ท้องเสีย แก้ไอ ช่วยบำรุงสุขภาพ เมื่อดื่มบ่อยๆ จะช่วยย่อยสลายไขมันและ
ควบคุมระดับไขมันในเลือดได้เป็นอย่างดี

ป้องกันความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์และโรคพาร์กินสัน
เพียงทานอบเชยเป็นประจำ ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีปะสิทธิภาพ
โดยทำหน้าที่กระตุ้นโปรตีนที่ช่วยป้องกันเซลล์สมองไม่ให้เสื่อม
สภาพไว ช่วยกระตุ้นประสาทและลดความเครียดลงได้เป็นอย่างดี

ลดระดับน้ำตาลในเลือด อบเชยมีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
เหมาะมากสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน หากคุณได้กินอาหารที่มีรสหวาน
หรือน้ำตาลสูงเข้าไป อบเชยจะช่วยลดปริมาณน้ำตาลในเลือดลง
และยังมีคุณสมบัติพิเศษป้องกันเลือดจับตัวเป็นก้อนอีกด้วย

กำจัดเชื้อแบคทีเรียภายในช่องปาก
จากผลการวิจัยพบว่าอบเชยนั้นมีคุณสมบัติช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นปาก
นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำลายได้อีกด้วย เพียงต้มน้ำประมาณ 1 แก้ว
และใส่ผงอบเชยประมาณ 1 ช้อนโต๊ะจากนั้นนำมากรองเอาเฉพาะน้ำ รอจนหายร้อนจึงนำมาบ้วนปา
ช่วยทำให้ลมปากสดชื่น…